ห้อง SimMan 3G เป็นห้องปฏิบัติการจำลองสถานการณ์ทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการฝึกทักษะทางคลินิกของนักศึกษาและบุคลากรทางการแพทย์ โดยภายในห้องมี หุ่นจำลองผู้ป่วยขั้นสูง (SimMan 3G) ซึ่งสามารถตอบสนองต่อการรักษาและภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ได้อย่างสมจริง
เพื่อให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพสูงสุด ห้อง SimMan 3G ถูกออกแบบให้มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
1. ห้องปฏิบัติการ SimMan 3G (Simulation Room)
เป็นพื้นที่หลักสำหรับ การฝึกปฏิบัติและจำลองสถานการณ์ทางคลินิก โดยใช้งานหุ่น SimMan 3G ซึ่งนักศึกษาจะได้ฝึกทักษะที่จำเป็นในสภาพแวดล้อมที่เสมือนจริง เช่น
- การดูแลและให้การรักษาผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉิน
- การตรวจร่างกายและเฝ้าติดตามอาการของผู้ป่วย
- การฝึกใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์
- การทำหัตถการ เช่น การใส่ท่อช่วยหายใจ การให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ และการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR)
คุณสมบัติของหุ่น SimMan 3G
✅ รองรับการฝึกสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ภาวะช็อก หัวใจหยุดเต้น การบาดเจ็บรุนแรง
✅ ตรวจวัดสัญญาณชีพ เช่น ชีพจร ความดันโลหิต อัตราการหายใจ ออกซิเจนในเลือด
✅ ฝึกปฏิบัติด้านระบบทางเดินหายใจ เช่น การใส่ท่อช่วยหายใจ การให้ออกซิเจน
✅ ฝึกการให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ (IV) และการให้ยา
✅ สามารถแสดงอาการทางคลินิก เช่น มีเสียงหายใจผิดปกติ ลิ้นม่วง
![]() |
![]() |
2. ห้องสังเกตการณ์ (Observation Room)
เป็นพื้นที่สำหรับ อาจารย์และนักศึกษาที่ไม่ได้เข้าร่วมปฏิบัติการโดยตรง สามารถเฝ้าดูและวิเคราะห์การฝึกซ้อมผ่านระบบถ่ายทอดสดจากกล้องบันทึกในห้องปฏิบัติการ โดยห้องนี้มีจุดประสงค์เพื่อ
- เฝ้าสังเกตและประเมินทักษะของผู้เข้าฝึกซ้อม
- วิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นและเตรียมให้ข้อเสนอแนะหลังการฝึก
- ใช้เป็นพื้นที่อภิปรายและเรียนรู้จากสถานการณ์จำลอง
![]() |
![]() |
3. ห้องควบคุม (Control Room)
เป็นพื้นที่สำหรับ อาจารย์ผู้สอนหรือผู้ควบคุมระบบ ทำหน้าที่กำหนดสถานการณ์และควบคุมการทำงานของหุ่น SimMan 3G ผ่านซอฟต์แวร์จำลองสถานการณ์ ห้องนี้มีอุปกรณ์ควบคุมที่สามารถ
- ปรับเปลี่ยนสัญญาณชีพและอาการของหุ่นตามสถานการณ์ที่ต้องการ
- ส่งเสียงพูดหรือข้อความแทนผู้ป่วยจำลอง เพื่อโต้ตอบกับนักศึกษาที่เข้าฝึก
- ควบคุมการบันทึกวิดีโอเพื่อใช้ในการวิเคราะห์และให้ข้อเสนอแนะหลังฝึก
![]() |
![]() |
การใช้งานห้อง SimMan 3G
ห้องนี้เปิดให้ใช้สำหรับ การฝึกปฏิบัติทางคลินิก การจำลองสถานการณ์ฉุกเฉิน และการเรียนรู้แบบ Problem-Based Learning (PBL) โดยสามารถใช้ร่วมกับระบบจำลองภาพทางคลินิกและอุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มความสมจริง
กลุ่มเป้าหมาย
- นักศึกษาพยาบาลและแพทย์
- อาจารย์ผู้สอนด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ
- บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องการฝึกอบรม







